สายพานลำเลียง

สายพานลำเลียง (Conveyor Belt) คืออะไร? มีกี่ประเภท ส่วนประกอบ หลักการทำงาน และการออกแบบระบบสายพานลำเลียง   

สายพานลำเลียง (Conveyor Belt) เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบขนถ่ายวัสดุ (Material Handling System) ที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายสินค้า วัตถุดิบ หรือชิ้นงานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างต่อเนื่อง โดยมีมอเตอร์และระบบส่งกำลังเป็นตัวขับเคลื่อนสายพานให้เคลื่อนที่ตามทิศทางที่กำหนด

ระบบสายพานลำเลียงสามารถนำมาใช้งานได้ทั้งในแนวราบ แนวเอียง หรือออกแบบให้เหมาะกับเส้นทางการลำเลียงเฉพาะของแต่ละโรงงาน จึงพบได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหาร บรรจุภัณฑ์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร เหมืองแร่ คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า

นอกจากช่วยลดเวลาในการขนย้ายแล้ว สายพานลำเลียงยังช่วยให้กระบวนการผลิตมีความต่อเนื่อง ลดการใช้แรงงานในการเคลื่อนย้ายสินค้า และสามารถปรับความเร็วให้สัมพันธ์กับกระบวนการผลิตได้

สายพานลำเลียงคืออะไร?

สายพานลำเลียง คือ ระบบลำเลียงที่ใช้ สายพานเป็นตัวกลางในการเคลื่อนย้ายวัสดุหรือสินค้า โดยสายพานจะถูกติดตั้งอยู่บนโครงสร้างและหมุนวนผ่านชุดลูกกลิ้งหรือพูลเลย์ เมื่อมอเตอร์ส่งกำลังไปยังชุดขับ สายพานจะเคลื่อนที่และพาสินค้าที่วางอยู่บนสายพานไปยังจุดหมาย

หลักการทำงานของสายพานลำเลียงจึงเป็นระบบที่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับกระบวนการผลิตจำนวนมาก ตั้งแต่การลำเลียงสินค้าน้ำหนักเบาไปจนถึงวัสดุหนักในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และวัสดุก่อสร้าง

สายพานลำเลียงใช้ทำอะไร?

หน้าที่หลักของสายพานลำเลียงคือ ขนย้ายวัสดุ สินค้า และชิ้นงาน ระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ โดยสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและกำหนดความเร็วให้เหมาะกับกระบวนการผลิต ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่

  • ลำเลียงวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต
  • ลำเลียงสินค้าในสายการผลิต
  • ลำเลียงกล่องและบรรจุภัณฑ์
  • ลำเลียงอาหารและวัตถุดิบอาหาร
  • ลำเลียงชิ้นส่วนยานยนต์
  • ลำเลียงวัสดุในคลังสินค้า
  • ลำเลียงหิน ทราย และวัสดุเทกอง
  • ลำเลียงสินค้าเพื่อเข้าสู่ระบบคัดแยกหรือบรรจุ

 

ด้วยเหตุนี้สายพานลำเลียงจึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับขนย้ายสินค้าเท่านั้น แต่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างเครื่องจักรหลายขั้นตอนในสายการผลิตได้อีกด้วย

หลักการทำงานของระบบสายพานลำเลียง

ระบบสายพานลำเลียงทำงานโดยใช้ มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลัง โดยมอเตอร์จะส่งกำลังผ่านชุดเกียร์หรือระบบส่งกำลังไปยังลูกกลิ้งขับหรือพูลเลย์ขับ ทำให้สายพานเคลื่อนที่เป็นวงรอบ เมื่อสายพานเคลื่อนที่ สินค้าที่วางอยู่บนผิวสายพานจะถูกพาไปตามทิศทางที่กำหนด ส่วนลูกกลิ้งรองรับจะช่วยรองรับน้ำหนักและช่วยให้สายพานเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสม ความเร็วของสายพานสามารถออกแบบและควบคุมให้เหมาะกับลักษณะของสินค้าและกระบวนการผลิต โดยเฉพาะระบบที่ใช้ร่วมกับเครื่องจักรอัตโนมัติซึ่งต้องควบคุมจังหวะการลำเลียงให้สัมพันธ์กับขั้นตอนอื่น ๆ ในสายการผลิต

ส่วนประกอบของสายพานลำเลียง

แม้จะเรียกว่า “สายพานลำเลียง” แต่ระบบหนึ่งชุดประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วนที่ทำงานร่วมกัน โดยส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่

1. สายพาน (Belt) เป็นส่วนที่รองรับและสัมผัสกับสินค้าหรือวัสดุโดยตรง วัสดุของสายพานมีหลายประเภท เช่น PVC, PU, Rubber และวัสดุเฉพาะทาง โดยต้องเลือกให้เหมาะกับน้ำหนัก อุณหภูมิ สารเคมี และสภาพแวดล้อมของงาน

2. มอเตอร์ (Motor) ทำหน้าที่สร้างกำลังสำหรับขับเคลื่อนสายพาน ขนาดของมอเตอร์ต้องสัมพันธ์กับน้ำหนักสินค้า ความยาวสายพาน ความเร็ว และรูปแบบการติดตั้ง

3. พูลเลย์หรือลูกกลิ้งขับ (Drive Pulley) ทำหน้าที่รับกำลังจากระบบขับเคลื่อนและส่งต่อแรงหมุนไปยังสายพาน เพื่อให้สายพานสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างต่อเนื่อง

4. ลูกกลิ้งรองรับ (Roller / Idler) ช่วยรองรับน้ำหนักของสายพานและวัสดุที่อยู่บนสายพาน รวมถึงช่วยควบคุมการเคลื่อนที่ของสายพานให้เป็นไปตามแนวที่ออกแบบไว้

5. โครงสร้างสายพานลำเลียง ทำหน้าที่รองรับสายพาน ลูกกลิ้ง มอเตอร์ และอุปกรณ์อื่น ๆ โครงสร้างอาจเลือกใช้วัสดุแตกต่างกันตามประเภทงาน เช่น เหล็กหรือสเตนเลส

6. ระบบปรับความตึงสายพาน ใช้สำหรับควบคุมความตึงของสายพานให้เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาสายพานหย่อน ลื่น หรือเคลื่อนออกจากแนว

7. ระบบควบคุม อาจประกอบด้วยตู้ควบคุม สวิตช์ เซนเซอร์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์ควบคุมอื่น ๆ เพื่อควบคุมการเปิด–ปิด ความเร็ว และการทำงานของระบบ

สำหรับสายพานอุตสาหกรรมยังอาจมีส่วนประกอบเฉพาะอื่น ๆ เช่น ชุดทำความสะอาดสายพาน รางนำทาง ชุดปรับแนว และอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน

ประเภทของสายพานลำเลียง มีอะไรบ้าง?

สายพานลำเลียงสามารถแบ่งประเภทตามวัสดุและลักษณะการใช้งาน โดยประเภทที่พบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรมมีดังนี้

1. สายพานลำเลียง PVC

สายพาน PVC (PVC Belt Conveyor) เหมาะสำหรับงานลำเลียงทั่วไป โดยเฉพาะสินค้าน้ำหนักเบาถึงปานกลาง เช่น กล่อง บรรจุภัณฑ์ และชิ้นส่วนในสายการผลิต

ข้อดีคือมีน้ำหนักค่อนข้างเบา มีพื้นผิวให้เลือกหลายรูปแบบ และสามารถนำไปใช้งานกับระบบลำเลียงทั่วไปได้อย่างหลากหลาย

2. สายพานลำเลียง PU

สายพาน PU (Polyurethane Belt Conveyor) เหมาะกับงานที่ต้องการคุณสมบัติด้านความสะอาดและการทนต่อการสึกหรอ โดยเฉพาะงานอุตสาหกรรมอาหารและงานที่สายพานต้องสัมผัสกับผลิตภัณฑ์โดยตรง

การเลือกสายพานสำหรับอาหารควรพิจารณาเกรดและมาตรฐานของสายพานให้ตรงกับข้อกำหนดของกระบวนการผลิต ไม่ควรพิจารณาเพียงวัสดุ PU เพียงอย่างเดียว

3. สายพานลำเลียงยางดำ

สายพานยางดำ (Rubber Belt Conveyor) เหมาะสำหรับงานหนักที่ต้องการความแข็งแรงและทนต่อการกระแทกหรือการสึกหรอ เช่น โรงโม่หิน เหมืองแร่ โรงงานรีไซเคิล และการลำเลียงวัสดุเทกอง

สายพานยางยังสามารถเลือกคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ทนความร้อน ทนน้ำมัน ทนสารเคมี หรือรับแรงดึงสูงได้ตามประเภทของงาน

4. สายพานลำเลียง Modular Belt

สายพานแบบ Modular ผลิตจากชิ้นส่วนพลาสติกที่นำมาต่อกันเป็นผืนและขับเคลื่อนด้วย Sprocket จุดเด่นคือสามารถถอดเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหายได้ และเหมาะกับบางระบบที่ต้องการการทำความสะอาดหรือการออกแบบเส้นทางลำเลียงที่มีลักษณะเฉพาะ

5. สายพานลำเลียงลวดตาข่าย

สายพานลวดตาข่าย (Wire Mesh Belt) มีโครงสร้างเป็นตาข่าย จึงเหมาะกับกระบวนการที่ต้องการให้อากาศ น้ำ หรือความร้อนผ่านสายพาน เช่น กระบวนการอบ ล้าง หรือทำความเย็น ทั้งนี้ต้องเลือกวัสดุและรูปแบบตาข่ายให้ตรงกับสภาพการใช้งาน

สายพานลำเลียงแบบไหนเหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร?

สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร การเลือกสายพานควรให้ความสำคัญกับ วัสดุ ความสะอาด การทำความสะอาด อุณหภูมิ น้ำมัน ไขมัน และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสอาหาร

สายพาน PU และสายพานที่ผลิตมาเพื่อใช้งาน Food Grade จึงมักถูกนำมาใช้ในกระบวนการลำเลียงอาหาร เครื่องดื่ม ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ แต่ควรตรวจสอบมาตรฐานและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นก่อนนำไปใช้งานจริง

สายพานลำเลียงในอุตสาหกรรม ใช้งานที่ไหน?

สายพานลำเลียงสามารถนำไปใช้งานได้แทบทุกอุตสาหกรรมที่มีการเคลื่อนย้ายวัสดุหรือสินค้า เช่น

อุตสาหกรรมอาหาร ใช้ลำเลียงวัตถุดิบ อาหารแปรรูป ขนม เบเกอรี่ เครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ใช้ลำเลียงกล่อง ถุง และสินค้าระหว่างขั้นตอนการผลิต การบรรจุ และการจัดเรียง

อุตสาหกรรมยานยนต์ ใช้ขนย้ายชิ้นส่วนและชิ้นงานระหว่างสถานีการผลิต

คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ใช้ลำเลียงกล่องและสินค้าเข้าสู่ระบบคัดแยก จัดเรียง และกระจายสินค้า

อุตสาหกรรมเหมืองแร่และวัสดุก่อสร้าง ใช้สายพานยางสำหรับขนส่งวัสดุเทกอง เช่น หิน ทราย แร่ หรือวัตถุดิบต่าง ๆ ซึ่งต้องการสายพานที่รองรับน้ำหนักและแรงกระแทกได้ดี

ประโยชน์ของระบบสายพานลำเลียง

การติดตั้งระบบสายพานลำเลียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนถ่ายวัสดุในหลายด้าน

ลดเวลาในการขนย้าย สามารถลำเลียงสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายระหว่างจุดต่าง ๆ

ลดการใช้แรงงานคน ช่วยลดงานที่ต้องยกหรือเคลื่อนย้ายสินค้า โดยเฉพาะวัสดุที่มีน้ำหนักมากหรือมีการเคลื่อนย้ายจำนวนมาก

เพิ่มความต่อเนื่องของการผลิต สามารถเชื่อมต่อกระบวนการผลิตแต่ละขั้นตอนเข้าด้วยกัน ทำให้วัสดุเคลื่อนที่ต่อเนื่องจากสถานีหนึ่งไปยังอีกสถานีหนึ่ง

ควบคุมความเร็วได้ สามารถออกแบบระบบให้ปรับความเร็วตามลักษณะงานและจังหวะของสายการผลิต

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้โรงงานสามารถจัดระบบการขนถ่ายวัสดุได้เป็นระบบมากขึ้น และสามารถเชื่อมต่อกับระบบอัตโนมัติได้

การออกแบบและการเลือกสายพานลำเลียง การออกแบบสายพานลำเลียงไม่ควรเลือกจากขนาดสายพานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาข้อมูลของวัสดุและกระบวนการผลิตทั้งหมด ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่

ประเภทของวัสดุที่ต้องลำเลียง ต้องทราบว่าสินค้าเป็นประเภทใด มีน้ำหนักเท่าไร มีขนาดและรูปร่างอย่างไร รวมถึงต้องสัมผัสกับน้ำ น้ำมัน สารเคมี หรืออุณหภูมิสูงหรือไม่

น้ำหนักและปริมาณการลำเลียง น้ำหนักของสินค้าและปริมาณที่ต้องลำเลียงต่อชั่วโมงมีผลต่อการเลือกความกว้างสายพาน โครงสร้าง ลูกกลิ้ง และกำลังของมอเตอร์

ระยะทางในการลำเลียง ต้องกำหนดระยะทางตั้งแต่จุดรับสินค้าไปจนถึงจุดปลายทาง เพื่อใช้ในการออกแบบความยาวสายพานและระบบขับเคลื่อน

ความเร็วของสายพาน ควรเลือกความเร็วให้เหมาะกับสินค้าและกระบวนการผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่แตกหักง่ายหรือจำเป็นต้องวางตำแหน่งอย่างแม่นยำ

ลักษณะเส้นทาง ควรพิจารณาว่าต้องการสายพานแนวราบ แนวเอียง หรือมีการเปลี่ยนระดับ รวมถึงพื้นที่สำหรับติดตั้งและซ่อมบำรุง

สภาพแวดล้อม หากใช้งานในพื้นที่ที่มีฝุ่น ความชื้น ความร้อน น้ำมัน หรือสารเคมี ต้องเลือกสายพานและส่วนประกอบที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมนั้น ๆ

ข้อมูลด้านการเลือกสายพาน เช่น วัสดุ ความกว้าง ความยาว ความหนา ผิวสัมผัส แรงดึง อุณหภูมิ สารเคมี และวิธีการต่อสายพาน ล้วนเป็นรายละเอียดที่ควรพิจารณาก่อนสั่งผลิตหรือประกอบระบบจริง

ออกแบบและสร้างระบบสายพานลำเลียง การออกแบบและสร้างระบบสายพานลำเลียงควรเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการของโรงงานก่อน แล้วจึงกำหนดรูปแบบของเครื่องจักรและส่วนประกอบ ขั้นตอนหลักสามารถเริ่มจาก

  1. สำรวจพื้นที่ติดตั้ง
  2. กำหนดจุดรับและจุดส่งวัสดุ
  3. วิเคราะห์ประเภท ขนาด และน้ำหนักของสินค้า
  4. กำหนดปริมาณการลำเลียง
  5. กำหนดความเร็วที่ต้องการ
  6. เลือกประเภทและวัสดุของสายพาน
  7. คำนวณและเลือกมอเตอร์กับระบบส่งกำลัง
  8. ออกแบบโครงสร้างและระบบรองรับ
  9. เลือกระบบควบคุมและอุปกรณ์ความปลอดภัย
  10. ทดสอบและปรับตั้งระบบก่อนใช้งานจริง

สำหรับงานที่มีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น วัสดุมีอุณหภูมิสูง ต้องสัมผัสสารเคมี มีความชื้นสูง หรือมีน้ำหนักมาก ควรออกแบบสายพานให้เหมาะกับคุณสมบัติของวัสดุโดยเฉพาะ เพราะสายพานแต่ละชนิดมีความสามารถในการรับน้ำหนักและทนต่อสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน

สายพานลำเลียง (Conveyor Belt) เป็นระบบขนถ่ายวัสดุที่ช่วยเคลื่อนย้ายสินค้า วัตถุดิบ และชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีมอเตอร์ ระบบส่งกำลัง สายพาน ลูกกลิ้ง และโครงสร้างทำงานร่วมกัน สามารถออกแบบให้เหมาะกับทั้งงานลำเลียงทั่วไปและกระบวนการผลิตที่มีความซับซ้อน

ประเภทของสายพานที่นิยมใช้งานมีทั้ง สายพาน PVC, สายพาน PU, สายพานยางดำ, Modular Belt และ Wire Mesh Belt โดยแต่ละชนิดเหมาะกับงานแตกต่างกัน การเลือกสายพานจึงควรพิจารณาจากชนิดสินค้า น้ำหนัก ความเร็ว ระยะทาง อุณหภูมิ สารเคมี และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน

 
FLAT CONVEYOR BELT : สายพานลำเลียงเรียบ
Application - การใช้งาน สายพานลำเลียงเรียบ ใช้ลำเลียงวัสดุต่างๆ ในแนวราบ และสามารถลำเลียง วัสดุบางชนิด ในแนวลาดชัน ไม่เกิน 30° 
ความหนาของสายพานขึ้นกับ : ชนิดของวัสดุลำเลียง ขนาดของวัสดุ ความเร็วในการขนถ่าย ชนิดของผิวยาง สภาวะการใช้งาน
 
 
 
 

V-SHAPED CONVEYOR BELT : สายพานลำเลียงบั้ง

Application - การใช้งาน ใช้ลำเลียงถ่านหิน แร่ธาตุต่างๆ วัสดุที่เป็นเม็ดผล เช่น ทราย ถ่านหินละเอียด ธัญพืช ตลอดจนวัสดุในหีบห่อ ขึ้นในแนวลาดชัน

Features - ลักษณะต่างๆ

  1. สามารถลำเลียงวัสดุที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อ ในมุมเอียง 17°-28° และวัสดุที่บรรจุหีบห่อ ในมุมเอียง 30°-35°
  2. ลายบั้งได้รับการออกแบบมาให้เคลื่อนที่ได้คล่องตัว
  3. บั้งและยางผิวหน้าหลอมเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อความแข็งแรง

สายพานลำเลียงแบบบั้งสูง 5 มม. ( CV 300 - 1200/5) แบบมีขอบ

ความกว้างสายพาน

Belt Width

(BW)

ความกว้างบั้ง

Cleat Width

(CV)

12", 14", 16", 18"

20", 22", 24", 26"

28", 30", 32", 34"

36", 40", 44", 48"

12"- 48"

300 - 1200 mm

 

สายพานลำเลียงแบบบั้งสูง 5 มม. ( CV 300 - 1200/5 ) แบบไม่มีขอบ

ความกว้างสายพาน

Belt Width

(BW)

ความกว้างบั้ง

Cleat Width

(CV)

12"- 48"

300 - 1200 mm

12"- 47"

300 - 1190 mm

 

 

สายพานลำเลียงแบบบั้งสูง 10 มม. ( CV 300 - 450/10)

ความกว้างบั้ง

Cleat Width

(CV)

ความกว้างสายพาน

Belt Width

(BW)

CV 300

CV 450

350 - 600

500 - 750

 

 

สายพานลำเลียงแบบบั้งสูง 15 มม. ( CU 300 - 450/15)

ความกว้างบั้ง

Cleat Width

(CV)

ความกว้างสายพาน

Belt Width

(BW)

CV 300

CV 450

350 - 600

500 - 750

 

 

สายพานลำเลียงแบบบั้งสูง 20 มม. ( CV 650/20)

ความกว้างบั้ง

Cleat Width

(CV)

ความกว้างสายพาน

Belt Width

(BW)

CV 650

700 - 1000

 

 

ELEVATOR BELT : สายพานลำเลียงกะพ้อ 

Application - การใช้งาน ใช้ติดลูกกระพ้อ เพื่อลำเลียงวัสดุในแนวตั้ง สามารถทนแรงดึงสูง 

 

FLAT COTTON BELT : สายพานผ้าใบฝ้าย 

Application - การใช้งาน ใช้ลำเลียงงานเบา งานทั่วไปที่ต้องการผิวสะอาด หรืองานที่วัสดุไม่ต้องการสัมผัส กับผิวยางเพื่อให้ระบายความร้อนเร็ว 

 

ROUGH TOP CONVEYOR : สายพานลายดอก 

Application - การใช้งาน ใช้ลำเลียงวัสดุและหีบห่อที่มีน้ำหนักเบาในแนวที่เป็นมุมลาดชัน ใช้ลำเลียงวัสดุที่แตกง่าย เช่น ขวดแก้ว และวัสดุที่กลิ้งตกลงมาง่าย

 

V-RIDGE CONVEYOR BELT : สายพานลำเลียงร่อง V

Application - การใช้งาน

ใช้ลำเลียงวัสดุเบา เพื่อป้องกันการลื่นหล่น

 

ขนาดสายพาน
Belt Width
(mm)
จำนวนชั้น ผ้าอีพี
No. of Ply
ความหนา สายพาน
Belt Thickness
(mm)
ความหนาสายพาน รวมบั้ง
Belt Thickness includes Cleat
(mm)
300-1200 2 6 11
300-1200 3 7 12
300-1200 4 9 14

 

FLAT TRANSMISSION BELT : สายพานแบนส่งกำลัง

Application - การใช้งาน

ใช้ในงานส่งกำลัง ขับมอเตอร์ ฉุดเพลา ในอุตสาหกรรมโรงสีข้าว ฯลฯ

 

ชนิดสายพาน
Belt Type
ชนิดของผ้าฝ้่าย
Cotton Grade
(Oz)
ค่าความต้านทานแรงดึงขาด
Tensile Strength
(kgf/cm.ply)
ค่าความยืดต่ำสุด ณ จุดขาด
Elongation at Break (%)
#1 34 55 20
#2 28 50 20
#3 24 45 20
#4 20 35 20

 

SUPER FLEX TRANSMISSION BELT : สายพานซุปเปอร์เฟล็กซ

Application - การใช้งาน

ใช้ในงานส่งกำลังที่ต้องการความแข็งแรงสูง หรือติดลูกกระพ้อเพื่อลำเลียงวัสดุในแนวตั้ง

 

 

 

สายพานลำเลียงแบบ PVC ใช้ลำเลียงงานประเภท วัสดุที่มีน้ำหนักเบา เช่น ใช้ลำเลียงในอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าที่บรรจุหีบห่อที่มีน้ำหนักเบาและต้องการความสะอาด และทนความร้อน สายพาน PVC และสายพาน PU จัดเป็นประเภทสายพานลำเลียงที่ใช้งาน
ขนาดเบา ส่วนประกอบของสายพาน เรียกว่า โครงสร้างประกอบด้วย
  1. ส่วนที่เป็นเส้นใย ทำหน้าที่รับแรงดึง
  2. ส่วนที่เป็นผิวสายพาน (บนและล่าง) ทำหน้าที่ป้องกันส่วนที่เป็นเส้นใยไม่ให้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นสื่อในการลำเลียงวัสดุอีกด้วย
  3. สารที่ใช้เคลือบผิวสายพานมีหลายชนิด ประกอบด้วย PVC, PU, SBR, NR, NBR, Silicone, PO, PE, SI
  4. ข้อเปรียบเทียบสายพาน PVC และ PU
PVC PU
PVC ผิวจะหนืด PU ผิวลื่นกว่า
PVC ทนความร้อนไม่เกิน 80 PU ทนความไม่เกิน 100
PVC ทนสารเคมีได้พอสมควร PU ทนได้ดีกว่า
PVC ราคาถูก PU ราคาแพงกว่า ทนกว่า